
|
ต้นทุนของบ้านรังนกนางแอ่น |
การสร้างตึกเลี้ยงนก เป็นการลงทุนของที่ดินการก่อสร้างตัวอาคาร พร้อมระบบภายใน ประเมิณราคาตามขนาดที่ปลูกสร้าง ดังนั้นจึงเป็นธุรกิจที่ลงทุนมากครั้งเดียว นอกจากนั้นก็เป็นค่าใช้จ่ายทั่วๆไปเช่น ค่าน้ำ,ไฟฟ้า,น้ำ,คนงานเก็บรังนก,ทำความสะอาด แต่ใช้จ่ายเกี่ยวกับนกไม่มีเลย เพราะเช้านกจะบินไปหาอาหารและจะบินกลับรังตอนก่อนค่ำ
จากข้อมูลทางการตลาดพบว่าในแต่ละปีมีความต้องการบริโภครังนกปีละประมาณ 200 ตัน ซึ่งตัวเลขการส่งออกสูงสุดจะเป็นอินโดนีเซียประมาณ 100 ตันมาเลเซีย ส่งออกปีละ 10-20 ตัน ไทยส่งออกปีละ 10-20 ตัน ดังนั้นจะพบว่าความต้องการในตลาดโลกยังมีปริมาณที่มากกว่าผลผลิตที่มีอยู่ดังนั้นราคาที่พ่อค้าคนกลางรับซื้อพอจะแบ่งได้เป็น 3 เกรดคือ
เกรด 1 เป็นรังขาวสะอาด (แยกขนและเคาะเอาเปลือกไข่ออก) ราคา 75,000-80,000 บาท จนถึง 1 แสนกว่าบาท
เกรด 2 เป็นรังที่มีขนาดเล็กและสกปรกมาก ราคา 55,000-65,000 บาท
เกรด 3 เป็นรังที่มีสกปรกมากหรือรังแตก ราคา 35,000-45,000 บาท
แหล่งส่งออกรังนกของไทยที่สำคัญ คือ ฮ่องกง,จีน
แหล่งรับซื้อในไทย คือ เยาวราช,หาดใหญ่,ภูเก็ต
|
จุดคุ้มทุนของบ้านรังนกนางแอ่น |
ในปีแรกๆผลผลิตจะได้ไม่มาก การคืนทุนต้องใช้เวลา หลังจากสร้างอาคารเสร็จแล้วตามสถิติจะเป็นดังนี้
|
ปีที่ |
จำนวนนก (คู่) |
จำนวนรัง (รัง) |
คิดเป็นน้ำหนักรัง (ก.ก) |
|
1 |
20 |
- |
- |
|
2 |
60 |
60 |
0.4 |
|
3 |
180 |
180 |
1.2 |
|
4 |
540 |
540 |
3.6 |
|
5 |
1,080 |
1,080 |
7.2 |
|
6 |
2,160 |
2,160 |
14.4 |
|
7 |
4,320 |
4,320 |
28.8 |
|
8 |
8,640 |
8,640 |
57.6 |
|
9 |
17,280 |
17,280 |
115.2 |
|
10 |
34,560 |
34,560 |
230.4 |
|
11 |
103,680 |
103,680 |
691.2 |
|
12 |
311,040 |
311,040 |
2,073.6 |
|
13 |
933,120 |
933,120 |
6,220.8 |
|
14 |
2,799,360 |
2,799,360 |
18,662.4 |
การคำนวณ จำนวนลูกนกที่รอดชีวิต =จำนวนพ่อแม่นก(คู่) Xจำนวนไข่(2)Xอัตรารอดของลูกนก(0.6) หารด้วย 2
การคำนวณ น้ำหนักรังในเบื้องต้น = จำนวนรัง หารด้วย 150 จะได้จำนวนกิโลกรัม
ดังนั้เราอยากรุว่ารายได้แต่ละปี ก็เอาราคารังนกเกรดต่ำ มาคูณด้วยจำนวนรังที่จะได้ จะรู้ว่าเป็นธุรกิจที่มีผลตอบแทนสูงๆมากๆ ฝรั่งขนานนามว่า "White Gold" ( ทองคำขาวแห่งท้องทะเล)
|
สรุปแล้วน่าจะลงทุนดีมั้ย? |
ดี 1 เป็นการช่วยอนุรักษ์นกนางแอ่นไม่ให้สูญพันธ์เพราะการเก็บลังนกในถ้ำตามเกาะสัมปทานการเก็บจะเก็บรังทั้งหมดทั้งถ้ำ จึงทำให้เกิดการสูญเสียไข่และลูกนกในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก ทำให้ปริมาณนกมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ส่วนการเก็บรังนกตามบ้านจะเลือกเก็บรังที่แม่นกยังไม่วางไข่หรือรังที่ลูกนกโตบินได้แล้วเพราะต้องการเพิ่มจำนวนนกในตึก
ดี 2 เป็นการลงทุนเพียงครั้งเดียว แต่สามารถเก็บผลผลิตได้ระยะยาว(บ้านรังนกหลังแรกที่ อ.ปากพนังมีอายุการเก็บเกี่ยวมาแล้ว 80 ปี)
ดี 3 เป็นอาชืพที่สามารถทำรายได้เข้าประเทศได้ดีและลูกค้าหลักคือ คนจีนทั่วโลก
ดี 4 จากการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮ่องกงพบว่ารังนกมีสาร Glycoprotein ที่ช่วยชะลอความแก่ของเซลร่างกาย และช่วยบำรุงเซลเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ดังนั้นคนจีนจึงนิยมบริโภครังนกมาเป็นเวลายาวนานเป็นพันๆปี และยังคงบริโภคต่อๆไป
น่าเสียดายที่ทำเลที่มีนกนางแอ่นจำนวนมากๆในประเทศไทย มีคนมาเลเซีย ชาวอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และไต้หวัน มาลงทุนซื้อตึกเก่า แบละที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารสำหรับเลี้ยงนกเป็นจำนวนมาก เพราะกฏหมายเมืองไทย ไม่มีกำหนดห้ามเหมือนกฏหมายมาเลเซีย อินโดนีเซีย ที่ไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้าไปลงทุน
|
สิ่งที่ท่านผู้สนใจอยากลงทุนต้องทราบ |
1. ใช้งบประมาณการลงทุนเท่าไร ขึ้นอยู่กับค่าก่อสร้างและราคาที่ดิน เพราะแต่ละจังหวัดราคาที่ดินไม่เท่ากัน
2. ขนาดเนื้อที่ต้องใช้กี่ตารางเมตร อย่างน้อย 200 ตารางเมตรขึ้น
3. ความสูงของตึกที่เหมาะสมเท่าไร ขนาดกว้าง 4 เมตร X ยาว 12 เมตร ส่วนมาก4 ชั้นขึ้นจะเหมาะสมกว่า ( 12 เมตร )
4. ระยะเวลาก่อสร้างนานเท่าไร ขึ้นอยู่ที่เงินลงทุน
5. ทำเลที่ไหนเหมาะสม จังหวัดชายทะเล เพราะธรรมชาติเขาเป็นนกทะเล
<P class=MsoNormal style="MARGIN:
|