Home | Our Solutions | ความเป็นมาของนกแอ่น | ธุรกิจบ้านรังนก | ทำไมจึงเป็นธุรกิจที่น่าลงทุน | สาเหตุความล้มเหลวของบ้านรังนก | ผู้สนับสนุนเรา | การคัดเกรดรังนก | อุปกรณ์บ้านรังนก | สัมมนา เทคนิคการสร้างบ้านรังนกรุ่นที่ 13 | How to Pay | Banner Exchange | ห้องสนทนา | ติดต่อเรา


Category
   Long Live the King
   Swiftlet Attraction Engineering Products
   Farming House Suppliment Products
   New Products
   e-Security System
   Sound System
   ประโยชน์ของ "รังนกนางแอ่น"
   หนังสือ การเพาะเลี้ยงนกแอ่น
   ค้นหาหน่วยงานราชการ
   Downlond Zone
   TV&Radio &News Online
 
Webboard
  Site Board
 
New Update
เพื่อนบ้านของเรา

ตลาดวิชาบ้านรังนก


แฟรนไซส์ฟาร์มนกแอ่น-บทสรุปของอิสระภาพทางการเงิน


คำตอบสุดท้ายของผู้ต้องการความมั่งคั่ง



ข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ขอสงวนไว้เฉพาะสมาชิกครับ

วันสถาปนาเว็ป 15 ธ.ค. 2548

Today 20 คน

Yesterday 45 คน

Membership Total 1,300 คน



สมัครสมาชิกฟรี..คลิ๊ก





นกเข้าวันแรก

ผลงานของผู้เข้าสัมมนาเทคนิคการสร้างบ้านรังนก รุ่นที่ ๕





"นี้ก็นกเข้าวันแรก" ของผู้เข้าสัมมนาสัญจร















นี้ก็ทำเอง ตัวจริงเสียงจริง มิใช่ไปถ่ายบ้านคนอื่นมาแอบอ้างเป็นของตนเอง
























ยังมีผลงานของท่านอื่นๆที่ให้ความอนุเคราะห์ ให้มาแสดงได้ ย้ำต้องเป็นผลงานของผู้ที่เข้าสัมมนาจริงๆ

 

Online: 004
Visitors : 100059

ทำไมจึงเป็นธุรกิจที่น่าลงทุน

            

ต้นทุนของบ้านรังนกนางแอ่น

 

การสร้างตึกเลี้ยงนก เป็นการลงทุนของที่ดินการก่อสร้างตัวอาคาร พร้อมระบบภายใน ประเมิณราคาตามขนาดที่ปลูกสร้าง ดังนั้นจึงเป็นธุรกิจที่ลงทุนมากครั้งเดียว นอกจากนั้นก็เป็นค่าใช้จ่ายทั่วๆไปเช่น ค่าน้ำ,ไฟฟ้า,น้ำ,คนงานเก็บรังนก,ทำความสะอาด แต่ใช้จ่ายเกี่ยวกับนกไม่มีเลย เพราะเช้านกจะบินไปหาอาหารและจะบินกลับรังตอนก่อนค่ำ

                      

ราคาและแหล่งรับซื้อ

จากข้อมูลทางการตลาดพบว่าในแต่ละปีมีความต้องการบริโภครังนกปีละประมาณ 200 ตัน ซึ่งตัวเลขการส่งออกสูงสุดจะเป็นอินโดนีเซียประมาณ 100 ตันมาเลเซีย ส่งออกปีละ 10-20 ตัน ไทยส่งออกปีละ 10-20 ตัน ดังนั้นจะพบว่าความต้องการในตลาดโลกยังมีปริมาณที่มากกว่าผลผลิตที่มีอยู่ดังนั้นราคาที่พ่อค้าคนกลางรับซื้อพอจะแบ่งได้เป็น 3 เกรดคือ

เกรด 1 เป็นรังขาวสะอาด (แยกขนและเคาะเอาเปลือกไข่ออก) ราคา 75,000-80,000 บาท จนถึง 1 แสนกว่าบาท

เกรด 2 เป็นรังที่มีขนาดเล็กและสกปรกมาก ราคา 55,000-65,000 บาท

เกรด 3 เป็นรังที่มีสกปรกมากหรือรังแตก ราคา 35,000-45,000 บาท


 

แหล่งส่งออกรังนกของไทยที่สำคัญ คือ ฮ่องกง,จีน

แหล่งรับซื้อในไทย คือ เยาวราช,หาดใหญ่,ภูเก็ต

 

 

          

จุดคุ้มทุนของบ้านรังนกนางแอ่น

 

             ในปีแรกๆผลผลิตจะได้ไม่มาก การคืนทุนต้องใช้เวลา หลังจากสร้างอาคารเสร็จแล้วตามสถิติจะเป็นดังนี้

ปีที่

จำนวนนก (คู่)

จำนวนรัง (รัง)

คิดเป็นน้ำหนักรัง (ก.ก)

1

20

-

-

2

60

60

0.4

3

180

180

1.2

4

540

540

3.6

5

1,080

1,080

7.2

6

2,160

2,160

14.4

7

4,320

4,320

28.8

8

8,640

8,640

57.6

9

17,280

17,280

115.2

10

34,560

34,560

230.4

11

103,680

103,680

691.2

12

311,040

311,040

2,073.6

13

933,120

933,120

6,220.8

14

2,799,360

2,799,360

18,662.4

การคำนวณ จำนวนลูกนกที่รอดชีวิต =จำนวนพ่อแม่นก(คู่) Xจำนวนไข่(2)Xอัตรารอดของลูกนก(0.6) หารด้วย 2

การคำนวณ น้ำหนักรังในเบื้องต้น = จำนวนรัง หารด้วย 150 จะได้จำนวนกิโลกรัม

ดังนั้เราอยากรุว่ารายได้แต่ละปี ก็เอาราคารังนกเกรดต่ำ มาคูณด้วยจำนวนรังที่จะได้ จะรู้ว่าเป็นธุรกิจที่มีผลตอบแทนสูงๆมากๆ ฝรั่งขนานนามว่า "White Gold" ( ทองคำขาวแห่งท้องทะเล)

 

                

สรุปแล้วน่าจะลงทุนดีมั้ย?

 

ดี 1 เป็นการช่วยอนุรักษ์นกนางแอ่นไม่ให้สูญพันธ์เพราะการเก็บลังนกในถ้ำตามเกาะสัมปทานการเก็บจะเก็บรังทั้งหมดทั้งถ้ำ จึงทำให้เกิดการสูญเสียไข่และลูกนกในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก ทำให้ปริมาณนกมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ส่วนการเก็บรังนกตามบ้านจะเลือกเก็บรังที่แม่นกยังไม่วางไข่หรือรังที่ลูกนกโตบินได้แล้วเพราะต้องการเพิ่มจำนวนนกในตึก

ดี 2 เป็นการลงทุนเพียงครั้งเดียว แต่สามารถเก็บผลผลิตได้ระยะยาว(บ้านรังนกหลังแรกที่ อ.ปากพนังมีอายุการเก็บเกี่ยวมาแล้ว 80 ปี)

ดี 3 เป็นอาชืพที่สามารถทำรายได้เข้าประเทศได้ดีและลูกค้าหลักคือ คนจีนทั่วโลก

ดี 4 จากการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮ่องกงพบว่ารังนกมีสาร Glycoprotein ที่ช่วยชะลอความแก่ของเซลร่างกาย และช่วยบำรุงเซลเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ดังนั้นคนจีนจึงนิยมบริโภครังนกมาเป็นเวลายาวนานเป็นพันๆปี และยังคงบริโภคต่อๆไป

น่าเสียดายที่ทำเลที่มีนกนางแอ่นจำนวนมากๆในประเทศไทย มีคนมาเลเซีย ชาวอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และไต้หวัน มาลงทุนซื้อตึกเก่า แบละที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารสำหรับเลี้ยงนกเป็นจำนวนมาก เพราะกฏหมายเมืองไทย ไม่มีกำหนดห้ามเหมือนกฏหมายมาเลเซีย อินโดนีเซีย ที่ไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้าไปลงทุน


 

    

สิ่งที่ท่านผู้สนใจอยากลงทุนต้องทราบ

 

1. ใช้งบประมาณการลงทุนเท่าไร ขึ้นอยู่กับค่าก่อสร้างและราคาที่ดิน เพราะแต่ละจังหวัดราคาที่ดินไม่เท่ากัน

2. ขนาดเนื้อที่ต้องใช้กี่ตารางเมตร อย่างน้อย 200 ตารางเมตรขึ้น

3. ความสูงของตึกที่เหมาะสมเท่าไร ขนาดกว้าง 4 เมตร X ยาว 12 เมตร ส่วนมาก4 ชั้นขึ้นจะเหมาะสมกว่า ( 12 เมตร )

4. ระยะเวลาก่อสร้างนานเท่าไร ขึ้นอยู่ที่เงินลงทุน

5. ทำเลที่ไหนเหมาะสม จังหวัดชายทะเล เพราะธรรมชาติเขาเป็นนกทะเล

 

<P class=MsoNormal style="MARGIN:
Copyright © 2005 บ้านรังนก..Nokhousing Allrights Reserved.
Powered By www.Freethailand.com