Home | แหล่งท่องเที่ยว | สำนักสงฆ์ดุซงญอ | ชมรมจักายานอำเภอจะแนะ Dpcc Club | ชมรมจักรยานดซงญอไบด์ Dusongyo Bike | ผู้นำดุซงญอ | เบิกฟ้าชมวังพระยาระแงะ | Selamat Datang Dusongyo | ประวัติบ้านดุซงญอ | สภาพทั่วไปบ้านดุซงญอ | มัสยิดดุซงญอ(ร้อยเสา) | ตำนาน'กบฏดุซงญอ' | ตราพระยาระแงะ | ข้อมูลพื้นฐานชุมชน 1 | ข้อมูลพื้นฐานชุมชน 2 | ทำเนียบผู้บริหารและสมาชิก อบต.ดุซงญอ | แผ่นที่ตำบล | ข้อมูลตำบล 1 | ข้อมูลตำบล 2 | อาคารสมาคมและสุสานคนจีนดุซงญอ | เพลงดุซงญอสันติภาพ | อนุสาวรีย์ลูกปืน'ถูกทุบ' | ติดต่อเรา


Category
   ผู้นำของเรา บ้านดุซงญอ
   ผู้นำศาสนาตำบลดุซงญอ
   เยาวชนคนเก่ง'บ้านดุซงญอ'
   ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงค์ นักเขียนชื่อดัง
   ชัย สานุวัฒน์ คนดุซงญอ
   ทำไม?เรียกกบฏ'ดุซงญอ'
   ดุซงญอเหรอ ''กบฏ''
   อนุสาวรีย์ 'กบฏดุซงญอ' ยังอยู่
   เหตุการณ์ ๕๑ บ้านดุซงญอ
   คนจีนรุ่นแรก'บ้านดุซงญอ'
   คนจีนรุ่นสุดท้าย'บ้านดุซงญอ'
   จากอีสานสู่ 'บ้านดุซงญอ'
   โรงเรียนสวนพระยา'ดุซงญอวิทยา'
   องค์การบริหารส่วนตำบลดุซงญอ
   หัวหน้าส่วนราชการ ท้องถิ่นดุซงญอ
   โรงเรียนบ้านดุซงญอ
   สถานีตำรวจ 'บ้านดุซงญอ'
   รพ.สต.ตำบลดุซงญอ
   ที่ทำการไปรษณีย์ 'ปณ ดุซงญอ'
   บ้านแมะแซ ม.2
   บ้านสุแฆ ม.3
   บ้านรือเปาะ ม.4
   บ้านกาแย ม.5
   บ้านกาเต๊าะ ม.6
   บ้านน้ำหอม ม.7
   บ้านสาเม๊าะ ม.8
   บ้านดุซงญอ ม.1
   ผู้ก่อตั้ง จัดทำ Web sibe
   โครงการฝายในพระดำริตำบลดุซงญอ
   บ้านแอเจะ,บือจะ,ริแงตำบลผดุงมาตร
   บ้านเมาะตาโก๊ะ,ไอร์ปีแซ,ลูโบ๊ะตำบลผดุงมาตร
   บ้านน้ำวน,กูมุง,ไอร์ซือเร๊ะตำบลช้างเผือก
   บ้านไอร์บือแต,ไอร์โซ,ไอร์บาลอ,ช้างเผือกตำบลช้างเผือก
    บ้านยะออ,จะแนะตำบลจะแนะ
   บ้านมะนังกาแยง,ปารีตำบลจะแนะ
   บ้านสะโก,ไอร์กรอสตำบลจะแนะ
   บ้านตือกอ,บือแตตำบลจะแนะ
   บ้านไอร์มือแซ,ยารอตำบลจะแนะ
   tes
 
Webboard
  Site Board
 
New Update
Link

free counters
Sine,November 16,2011
 

Online: 001
Visitors : 85044

คนไทยเชื้อจีน ณ ดุซงญอ

 

คนไทยเชื้อสายจีนที่บ้านดุซงญอ(รุ่นแรกและทายาท)

ความสวยงามในม่านหมอกแห่งสงคราม

 

ผมเดินทางไปบ้านดุซงญออีกครั้งหนึ่งในเช้าวันนี้ เพื่อไปถ่ายภาพมัสยิดดุซงญอ โดยเห็นเทือกเขาสันกลาคีรีเป็นฉากหลัง

        สายจนตะวันโด่ง ผมถึงได้ไปถ่ายภาพถนนเส้นทางหลักของชุมชนดุซงญอตามคอนเซ็ปต์ที่ได้กำหนดไว้ในใจ

        ภาพมัสยิดมูฮำมาดีซึ่งเพิ่งได้รับการบูรณะใหม่ทาสีสวยงามเป็นภาพประทับใจผมตั้งแต่เยาว์วัยจนบัดนี้ และจะว่าไปแล้วโดยพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประวัติศาสตร์มายาวนานจึงมีศาสนาสถาน โบราณสถานมากมายที่เกี่ยวข้องกับศรัธทาปสาทะของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นไทยพุทธ มุสลิม หรือคนไทยเชื้อสายจีน

                แม้เมื่อ ณ สถานีที่แห่งนี้จะเคยเกิดเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ ๒๘ เมษยน ๒๔๙๑ ซึ่งถูกเรียกขานกันต่อมาว่า สงครามดุซงญอหรือปืแ ดุซงญอ หรือบ้างคนเรียกถึงขึ้นที่ว่าเป็น กบฏดุซงญอ จนกลายเป็นฝันร้ายของผู้คนมากมาย กระทั่งถูกตอกย้ำด้วย ไฟสงครามที่กำลังลามเลียอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส อยู่ในขณะนี้ นับเนื่องจากเหตุการณ์ สงครามดุซงญอ หรือ ปือแ ดซงญอผ่านมาได้เป็นเวลา ๖๓ปีแล้ว

                นับได้หนึ่งปีกว่าจากการเกิดเหตุการณ์ปล้นปืนครั้งใหญ่เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗ และเป็นเวลาหนึ่งปีพอดีของโศกนาฏกรรมกรือเซะ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๓ รวมทั้งหลายๆเหตุการณ์ของความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่เป็นระลอกๆและหลายพื้นที่กลายเป็น ดินแดนอันตรายในความรู้สึกของหลายผู้คน

                ข้าพเจ้านำพาตัวเองไปนั่งย้อนรำลึกความหลังครั้งเยาว์ด้วยการไปทานอาหารเช้าที่ ร้านสตอปาในตลาดดุซงญอได้กินทั้งข้าวยำ,นาซิดาแฆ, รวมถึงอาหารพื้นเมืองมลายูอื่นๆ อีกหลายหลากชนิด

                ร้านสตอปาเป็นหนึ่งในร้านขายข้าวที่ข้าพเจ้ามักแวะเวียนไปทานอาหารเช้าเสมอๆถ้าได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเกิด อีกร้านหนึ่ง คือร้านอาลีทั้ง ๒ ร้านเป็นร้านขายอาหารพื้นบ้านประเภทข้าวยำ ข้าวแกง นาซิดาแฆ ฯลฯ โดยชื่อร้านทั้งสองแห่งนี้คือชื่อเจ้าของร้านนั้นเอง

                ความจริงแล้วในชุมชนบ้านดุซงญอยังมีร้านขายอาหารเช้าอีกหลายแห่ง เช่น บริเวณคิวรถแท็กซี่ดุซงญอ-ตันหยงมัส บริเวณสี่แยกก่อนเข้าสู่กลางชุมชนดุซงญอ ฯลฯ แต่ร้านที่กล่าวถึงคือร้านอันเป็นที่ฝากท้องของครอบครัวข้าพเจ้าตั้งนานมาแล้ว เป็นบางวัน,ยามที่พี่สาวหรือแม่ไม่ได้ประกอบอาหารภายในบ้าน ซึ่งนับได้ว่าเป็นการเปลี่ยนรสชาติของอาหารได้บ้าง เพราะอาหารที่บ้านมักจะเป็นเมนูอาหารจีนแคะเป็นส่วนใหญ่

                เสร็จจากทานอาหารเช้าแล้ว เราเดินทางไปเลาะเลียบแวะไปชมความงามของลำคลองดุซงญอ ใกล้ๆ กันนั้นเคยเป็นที่ตั้งของปอเนาะเก่าแก่ก่อตั้งโดยโต๊ะครูชื่อโต๊ะแปรัฐ หรือโต๊ะแปเราะห์        แกนนำชาวบ้านที่เคยต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ เมี่อครั้งเกิดเหตุการณ์สงครามดุซงญอ-ปือแ ดุซงญอ หรือกบฏดุซงญอ ช่วงที่ลำน้ำดุซงญอไหลผ่านบริเวณนี้จึงถูกเรียกว่าคลองแปเราะห์ในเวลาต่อมา แวะเยี่ยมเยียนโรงเรียนเก่าสมัยประถม โรงเรียนบ้านดุซงญอ ต่อจากนั้นเดินทางไปถึงสำนักสงฆ์ดุซงญอ พุทธสถานที่แทบเรียกได้ว่าเป็นแห่งเดียวในเขตอำเภอจะแนะก็ว่าได้ ต่อมาข้าพเจ้าแวะสุสานจีนซึ่งสะท้องถึงความเป็นชุมชนที่มีคนไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่กันมากในอดีต

                ต่อมาดุซงญอคึกคักอีกครั้งช่วงยุคแห่งการ ตื่นทองที่โต๊ะโมะ บ้านละหาร เพราะจากดุซงญอไปถึงเหมือนทองระยะเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตร ใช้เส้นทางผ่านอำเภอจะแนะไปอำเภอสุคิริน

                พ่อของข้าพเจ้าเคยโดนจีนคอมมิวนิสต์จับตัวไปใช้แรงงานอย่างทารุณและเป็นเวลายาวนาน ขณะที่อายุได้ ๒๘ ปี กระทั่งเดินทางไปถึงมาเลเซียจึงเข้ามอบตัวต่อทางการ เพราะเกรงว่าจะถูกตั้งข้อหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ไปด้วย ต่อมาจึงเดินทางเข้าประเทศไทยโดยอาศัยทำกินอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ ก่อนจะกลับมาอยู่ที่ดุซงญออีกครั้งหนึ่งในฐานะคนต่างถิ่นที่ได้มาอาศัยแผ่นดินอับอบอุ่นพักพิง สมดังความหมายของคำว่า’’จีนแคะ หรือจีนฮากกา ซึ่งมีนัยว่าเป็นอาคันตุกะจากแดนไกล แต่ข้าพเจ้าเองมักให้นิยามชีวิตของบรรพบุรุษว่าเป็นอาคันตุกะจากโพ้นทะเล ที่เดินทางมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในแผ่นดินสยาม

                ไม่นานต่อมาที่พ่อเดินทางไปอยู่ที่ดุซงญอ จึงปรากฏมีครอบครัวมาอยู่อาศัยในดุซงญอเพิ่มมากขึ้นกระทั่งเป็นชุมชนจีนขนาดใหญ่ในกลุ่มชนมุสลิม

                ‘’ช่วงเกิดสงครามดุซงญอ’’ มีบ้านคนจีนอยู่ประมาณเจ็ดหลังคาเรือนเท่านั้น’’ พ่อย้อนความหลังเมื่อประมาณ๕๖ปีที่แล้วให้ฟัง

                ดุซงญอในสมัยก่อนเจริญมาก มีโรงหนัง ๒ แห่ง มีโรงไฟฟ้าเอง มีประปาหมู่บ้าน ซึ่งพ่อเคยเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ด้วยคนหนึ่ง มีโรงแรม โรงเรียนจีน ฯลฯ นับเป็นชุมชนจีนชุมชนใหญ่แห่งหนึ่ง พ่อเป็นคนแรกในหมู่บ้านที่มีรถจิ๊ปขับมีคนขับรถให้เป็นชาวไทยมุสลิม และการค้าการขายส่วนใหญ่ติดต่อกันระหว่างคนไทยพุทธ-มุสลิม และคนไทยเชื้อสายจีน อย่างเป็นปกติ ไม่เคยมีปัญหาใดๆเกิดขึ้น

                ด้วยความมีเอื้ออารี มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีดังเช่นครอบครัวคนไทย คนจีน อีกหลายๆครอบครัวพื้นที่ ดังนั้นในวันเทศกาลฮารีรายอ บ้านของเราจะเต็มไปด้วย ‘’ตูปะ’’และของกินประดาที่พ่อแม่พี่น้องมุสลิมเมตตานำมาให้ด้วยน้ำใจ ในขณะเดียวกันช่วงเทศกาลตรุษจีน พ่อจะนำพวกขนมเข่ง ผลไม้จำพวกส้ม เป็นอาทิ ไปมอบให้กับพี่น้องมุสลิม ที่รู้จักและได้คบหากันฉันญาติมิตร

                การที่คนไทยมุสลิมในพื้นที่เรียกพ่อว่า’’จาโก’’ หรือชื่อนายเอี่ยวเป่งซุน แซ่ย่อง เพราะเปรียบเทียบว่าพ่อทำการค้าเก่ง สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ เหมือนกับการเอาจอบซึ่งภาษามลายูถิ่น คือ จาโก มากอบดิน เปรียบแล้วก็เหมือนการกวาดข้าวของมีค่าเข้าหาตัว ส่วนแม่นั้นชาวบ้านเรียกว่า’’เจ๊ะแมะ’’

                ในเวลาต่อมาครอบครัวคนจีนในพื้นที่เริ่มทยอยย้ายถิ่นฐานออกจากพื้นที่ ด้วยเหตุผลนานาประการ บ้างก็ตามไปอยู่กับลูกหลาน บ้างไปเปิดกิจการอยู่ในเมืองที่ใหญ่กว่า โดยเฉพาะแถบอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กระทั่งปัจจุบันมีครอบครัวคนจีนพักอาศัยอยู่ในตลาดดุซงญอไม่ถึง ๒๐ หลัง ในจำนวนนั้นรวมถึงพี่ชายข้าพเจ้าคนหนึ่งด้วย

                ระหว่างการตระเวนเยี่ยมบ้านเกิด ข้าพเจ้าต้องหยุดพักแวะทักทายกับผู้คนที่รู้จักหลายคน ทั้งเพื่อนรุ่นเดียวกันและผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ซึ่งมักจะถามเป็นภาษามลายูว่า’’ อาเนาะ จาโก’’ (ลูกนายจาโกใช่มั้ย) หรือ’’อาเนาะ เจ๊ะแมะ’’ (ลูกนางเจ๊ะแมะใช่มั้ย) ข้าพเจ้าก็ตอบว่า ‘’ยอเดาะ อีงะเตาะเละเดอะ’’ (ใช่แล้วครับ ทำไม? จำไม่ได้แล้วหรือ) ทำให้อดหวนรำลึกถึงคืนวันเก่าๆไม่ได้

                ดุซงญอในม่านหมอกแห่งไฟสงครามวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก มีอาคารบ้านเรือนปลูกสร้างใหม่หลายหลัง ส่วนบ้านไม้หลังเก่าที่ไม่มีคนอยู่หรือดูแลก็ผุพังไปตามสภาพ แต่จุดที่ไม่เปลี่ยนคือบริเวณใจกลางหมู่บ้านมีมัสยิดใหญ่ตั้งเด่นตระหง่านชื่อว่า ‘’ มัสยิดมูฮำมาดี’’ เป็นมัสยิดที่เพิงสร้างได้ไม่นานโดยมีข้อมูลว่ามีผู้ออกแบบเป็นชาวปากีสถาน ฯ มีขนาดและรูปทรงสี่สวยงามมากหรือที่ฝั่งศพของพี่น้องไทยมุสลิม

                อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ข้าพเจ้าเชื่อว่าจะไม่เปลี่ยนไปแน่นอน ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านเนิ่นนานไปเพียงใด ก็คือความรู้สึกที่ดีต่อกันระหว่างคนไทยมุสลิมและคนไทยเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่

                ไม่ว่าเวลาจะผ่านมากี่ปี ไม่ว่าผู้คนหมุนเวียนเปลี่ยนหน้าไปกี่ยุคสมัยแต่ความรู้สึกแห่งความเป็นพี่เป็นน้อง เป็นญาติ ยังคงสถิตอยู่ในดวงใจของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนไทยพุทธ คนไทยเชื้อสายจีน หรือคนไทยมุสลิม

                พ่อ แม่ และพี่ๆ ข้าพเจ้าหลายคน นอกจากมีชื่อเรียกเป็นภาษาไทยแล้ว ล้วนได้รับการตั้งชื่อเป็นภาษาจีนและภาษามลายูถิ่น ชื่อของหมู่บ้านที่ข้าพเจ้าอยู่อาศัยตั้งแต่เด็กก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง พวกเราเรียกขานหมู่บ้านซึ่งเป็นถิ่นอาศัยมานานปีว่า ‘’ดุซงญอ’’

 

อ้างอิง:  ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงค์   , สารคดีสะท้อนชีวิตผู้คน ณ ชายแดนใต้ ,เซ็กชั่นจุดประกาย นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันพฤหัสบดี ที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๘  หน้า ๔,,,,,๑๗

อ้างอิง:  ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงค์   , จิตรวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกลาคีรี  หน้า ๗๕ – ๑๐๕

อ้างอิง : นายเอี่ยวเป่งซุน แซ่ย่อง  ปัจจุบันเป็นราษฏร ต.บางนาค  อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อ ปี๒๕๔๘  เคยอยู่ที่ ตลาดดุซงญอ ๗๗ ปี ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ นราธิวาส  


Copyright © 2005 หมู่บ้านดุซงญอ Allrights Reserved.
Powered By Freethailand.com